หน้าเว็บ

วันพฤหัสบดีที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2556

ประวัติส่วนตัว


เกี่ยวกับฉัน


ชื่อ : นางสาวณัฐธิดา  ไวยเนตตา

ชื่อเล่น : นัท

เกิด : 26 มิถุนายน 2537

ราศี : เมถุน

อายุ : 18 ปี

น้ำหนัก : 46 กิโลกรัม

ส่วนสูง : 155 เซนติเมตร

กรุปเลือด : O 

สถานที่เกิด : โรงพยาบาลสมุทรปราการ

อาหารที่ชอบ : ก๋วยเตี๋ยว (ทุกอย่างที่เป็นเส้นอะ)

สัตว์เลี้ยงสุดน่ารัก : กระต่าย

กีฬาที่ชอบ : แบดมินตัน (ละมั้ง)

สีที่ชอบ : น้ำเงิน ส้ม ขาว ม่วง

สิ่งที่ทำเมื่อว่าง : ปั่นงาน อ่านการ์ตูน เล่นเกม 

สิ่งที่ชอบที่สุด : Ponut :)  และเวลาว่างนั่งอ่านนิยาย

แนวหนังสือที่ชอบ : แฟนตาซี

หนังสือเล่มโปรด : เซวีน่า มหานครแห่งมนตรา

วงดนตรีที่ชอบ : T-ara   [We are Queen] ♥

นักร้องที่ปลื้ม : Soyeon ♥

 เพลงที่ชอบ : Lipta - แค่รู้ว่ารัก 

Fabebook : โหวกเหวก โวยวาย
 
การศึกษา : 
ประถมศึกษา โรงเรียนวัดเปาโรหิตย์
มัธยมศึกษา โรงเรียนวัดราชาธิวาส
ประกาศนียบัตรวิชาชีพ วิทยาลัยเทคโนโลยีพงษ์สวัสดิ์

วิชาการใช้โปรแกรมฐานข้อมูล

เรื่อง การสร้างฟอร์ม


















วันพุธที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2556

อาจารย์ในดวงใจ


อาจารย์ศรันย์  จิตโสภา


อาจารย์ศิริรัตน์  ม่วงเถื่อน


อาจารย์สมศิริ  ทับทิมแก้ว

เกียรติบัตร



ใบแสดงผลการเรียน 1/2554


ใบแสดงผลการเรียน 2/2554


เกียรติบัตรผ่านการฝึกงาน กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม


เกียรติบัตรชนะเลิศ การแข่งขันประกวดมารยาทไทย


เกียรติบัตรผ่านการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ


เกียรติบัตรสอบไล่ได้ธรรมศึกษาชั้นตรี


เกียรติบัตรสอบไล่ได้ธรรมศึกษาชั้นโท


เกียรติบัตรสอบไล่ได้ธรรมศึกษาชั้นเอก

วิชาภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร

บทสนทนาภาษาอังกฤษ

Unit 1 Jobs
A: Hi. My mane's Holly. What's your name ?
B: Hi, Holly. My name's Sam It's nice to meet you.
A: Nice to meet you, too.
B: What do you do, Holly ?
A: I'm a student at City University.
B: Oh, really ? What's your major ?
A: Art history. What about you ? What do you do ?
B: I'm a web designer. I work for Santo.

Unit 2 Current activities
A: It's nice to see you again. Are you still going to college ?
B: No, I'm not. I'm working in a restaurant. I'm a chef !
A: No kidding. How do you like it ?
B: I like it a lot. How about you ?  What are you doing these days ?
A: I'm still in college. I'm studying biology.
B: That's interresting. Where are you living ?
A: I'm living right here in the city. How about you ?
B: Well, right now I'm living at home with my parents. But I'm looking for
     an apartment in the city.

Unit 3 People we admire
A: Hello ?
B: Hi. It's Ben. I called you last might, but you weren't home.
A: I was at the movies.
B: Oh. really ? What did you see ?
A: Gandhi. It's an old movie about Mahatma Gandhi.
B: Was it good ?
A: Yeah, the story and the acting were excellent.
B: And what did you lern about Gandhi ?
A: Well, he was born in lndia in 1869. And his real name wasn't Mahatma
     Gandhi. It was Mohandas Dandhi.
B: No kidding. Tell me more.

Unit 4 On the weekend
A: Hi, Eric. Did you have a nice weekend ?
B: Yeah, I han a great weekend.
A: What did you do ?
B: Well, on Friday night, a friend came over and we watched DVDs.
     On Saturday, I got together with friends, and we went to
     a Mexican restaurant.
A: Was it fun ?
B: Oh, yeah. We had a great time. The food was really good, and the
     restaurant had live music. We stayed there really late.
A: What did you do on Sunday ?
B: Not very much. I felt very tired, so I took a long nap.
 

วิชากฎหมายพาณิชย์

สัญญาให้
การให้ตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ แตกต่างจากการให้ตามที่ชาวบ้านเข้าใจกัน เนื่องจากชาวบ้านเข้าใจว่า เมื่อผู้ให้ออกปากรับคำว่าให้ทรัพย์สินสิ่งหนึ่งสิ่งใดแล้ว ถือว่า การให้เป็นอันสมบูรณ์ หากผู้ให้บิดพลิ้วภายหลังถือว่า ผู้ให้ผิดสัญญาและจะนำเรื่องไปฟ้องร้องต่อศาล
แต่ความจริงตามกฎหมายแล้ว ความเข้าใจดังกล่าวยังคลาดเคลื่อนแตกต่าง ความสมบูรณ์ของการให้ตามที่กฎหมายบัญญัติไว้มาก เพราะการให้ตามกฎหมายที่จะสมบูรณ์ใช้บังคับระหว่างผู้ให้กับผู้รับได้นั้นมีองค์ประกอบตามกฎหมายหลายประการ และมีเงื่อนไขต่าง ๆ อันจะถือว่าเป็นการให้ที่สมบูรณ์ใช้บังคับได้ตามกฎหมายนั้นอยู่
สัญญาให้คืออะไร
สัญญาให้ ปรากฏในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 3 เอกเทศสัญญา ลักษณะ 3 ตาม มาตรา 521-536 รวม 16 มาตรา สามารถแบ่งเป็นหัวข้อเพื่อทำความเข้าใจในเรื่อง การให้ได้ดังนี้
1.   ความสมบูรณ์ของสัญญาให้
สัญญาให้ย่อมสมบูรณ์ด้วยการส่งมอบทรัพย์สินที่ให้ มาตรา 523 ซึ่งการส่งมอบนั้นจะเป็นการที่ผู้ให้หยิบยื่นทรัพย์สินให้โดยตรง เช่น ให้แหวนก็ส่งมอบแหวนใส่ในมือผู้รับหรือกระทำโดยปริยายก็ใช้ได้ เช่น ผู้ให้กล่าวคำยกทรัพย์ให้โดยชัดเจน และในเวลาเดียวกันก็มอบลูกกุญแจสำหรับไขตู้หรือที่เก็บทรัพย์ได้ แต่หลักนี้มีข้อยกเว้นอยู่ 2 ประการคือ
(1) การให้สิทธิอันมีหนังสือเป็นตราสารสำคัญ มาตรา 524 บัญญัติว่า ถ้ามิได้ส่งมอบตราสารให้แก่ผู้รับ และมิได้มีหนังสือบอกกล่าวแก่ลูกหนี้แห่งสิทธินั้นด้วยแล้ว การให้ย่อมไม่สมบูรณ์ซึ่งทั้งนี้หมายถึงสิทธิไม่ใช่ให้ตัวทรัพย์สินโดยตรง สิทธิอันมีหนังสือตราสารสำคัญนั้น จะเป็นชนิดที่กฎหมายบังคับว่าต้องทำตราสารหรือไม่ก็ตาม เมื่อให้แก่กันจะต้องส่งมอบตราสารให้แก่ผู้รับ และผู้ให้มีหนังสือบอกกล่าวการให้ไปยังลูกหนี้ตามตราสารนั้นด้วย
(2) การให้อสังหาริมทรัพย์หรือสังหาริมทรัพย์ (ชนิดพิเศษ) ซึ่งถ้าซื้อขายกันต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่มาตรา 456 วรรค 1 ก็ต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ด้วยเช่นเดียวกันกับการทำสัญญาซื้อขายจึงจะสมบูรณ์ตามมาตรา 525 ผู้ให้จะเพียงแต่ส่งมอบทรัพย์สินที่ให้ หรือมอบหนังสือแสดงกรรมสิทธิ์แห่งทรัพย์สิน เช่น โฉนดให้แก่ผู้รับเท่านั้นยังไม่เป็นการเพียงพอ แต่การให้นี้เมื่อได้ทำถูกต้องตามแบบที่กฎหมายกำหนดไว้แล้ว แม้จะยังไม่ส่งมอบทรัพย์สินกรรมสิทธิ์ก็เปลี่ยนมือไปยังผู้รับแล้ว
ข้อสังเกต การอุทิศที่ดินให้เป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดิน ไม่ต้องจดทะเบียนต่อพนักงาน ก็มีผลสมบูรณ์ตามกฎหมาย
2. สัญญาว่าจะให้

3. การให้ทรัพย์สินซึ่งมีค่าภารติดพัน

4. การถอนคืนการให้

5. การให้ที่จะเป็นผลต่อเมื่อผู้ให้ตาย

ซึ่งจะได้อธิบายตามแนวดังกล่าวเป็นลำดับได้ แต่ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจในเรื่องความหมายของสัญญาให้เสียก่อนว่ามีความหมายและ
ขอบเขตเพียงใด
สัญญาให้ คือ สัญญาสองฝ่าย มีฝ่ายหนึ่งเป็นผู้ให้ และอีกฝ่ายหนึ่งเป็นผู้รับ และทั้งสองฝ่ายดังกล่าวต่างแสดงเจตนาให้มีการโอนและ การรับโอนทรัพย์อันเป็นวัตถุของสัญญาให้ด้วย
ด้วยเหตุนี้ สัญญาให้จึงมีหลักเกณฑ์ความสำคัญในเรื่องการตกลงของเจตนาที่ผู้ให้ยอมโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินแก่ผู้รับโดยมิได้รับค่าตอบแทน และผู้รับก็ยอมรับเอาทรัพย์สินที่ให้นั้น ดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 521 ว่า อันว่าให้ นั้นคือ สัญญาซึ่งบุคคลหนึ่งเรียกว่าผู้ให้ โอนทรัพย์สินของตนโดยเสน่หาแก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่า ผู้รับ และผู้รับยอมรับเอาทรัพย์สินนั้น

วิชาการประยุกต์ใช้คอมพิวเตอร์กับงานสถิติ

Mind Mapping เรื่อง การประยุกต์ใช้โปรแกรม SPSS



ความหมายของสถิติ

      สถิติ หมายถึง ตัวเลขที่แสดงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เช่น สถิติที่แสดงปริมาณน้ำฝน สถิติอุบัติเหตุ สถิตินักเรียน จำนวนผู้ป่วยเป็นเอดส์ของจังหวัดสุโขทัย
      สถิติ หมายถึง ศาสตร์ หรือหลักการและระเบียบวิธีทางสถิติที่ว่าด้วย
        1. การเก็บรวบรวมข้อมูล
        2. การนำเสนอข้อมูล
        3. การวิเคราะห์ข้อมูล
        4. การตีความหมายข้อมูล

ประเภทของข้อมูล

      1. ข้อมูลปฐมภูมิ เป็นข้อมูลที่เก็บรวบรวมจากแหล่งที่มาโดยตรง เช่น การสัมภาษณ์ การวัดการจดข้อมูลจากการทดลอง ฯลฯ ซึ่งทำได้ 2 วิธี คือ
        1.1 การสำมะโน คือการเก็บรวบรวมข้อมูลจากทุกๆหน่วยของประชากรหรือเรื่องที่เราต้องการศึกษา
        1.2 การสำรวจจากข้อมูลตัวอย่าง เป็นการเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง เช่น การสำรวจความพึ่งพอใจในการทำงานของรัฐบาล การศึกษาพฤติกรรมของเด็กวัยรุ่นของไทย ฯลฯ เราเพียงสุ่มตัวอย่างให้มากพอในการศึกษาเท่านั้นไม่ได้ให้คนไทยทั้งประเทศ เป็นคนตอบคำถาม
        หมายเหตุ! การเก็บรวบรวมข้อมูลปฐมภูมิ นิยมใช้แบบสัมภาษณ์ การสอบถาม การทดลอง การสังเกตุจากแหล่งข้อมูลโดย ตรง โดยไม่มีผู้ใดรวบรวมไว้ก่อน
      2. ข้อมูลทุติยภูมิ เป็นข้อมูล ที่ถูกรวบรวมไว้เรียบร้อยแล้วตามแหล่งข้อมูลต่างๆ เช่น รายงานการส่งออก รายงานจำนวนนักเรียนของวิทยาลัยอาชีวศึกษาสุโขทัย รายงานอุบัติเหตุบนท้องถนนของปี 2553 เป็นต้น

ลักษณะของข้อมูล

      ลักษณะของข้อมูลแบ่งเป็น 2 ลักษณะใหญ่ๆ คือ
        1. ข้อมูลเชิงปริมาณ เป็นข้อมูลที่ใช้แทนขนาดหรือปริมาณ ซึ่งสามารถออกมาเป็นตัวเลขได้เลย เช่น จำนวนนักเรียนระดับ ปวช.1 - ปวช. 3 มีจำนวน 950 คน ปริมาณการผลิตมันสำปะหลังของปี 2549 คะแนนสูงสุดของการสอบวิชาสถิติของนักศึกษาระดับ ปวส.
        2. ข้อมูลเชิงคุณภาพ เป็นข้อมูลที่ไม่สามารถวัดออกมาเป็นตัวเลขได้โดยตรง เช่น เพศ สถานภาพการสมรส วุฒิการศึกษา ความคิดเห็น เช่น ชอบมากที่สุด ชอบปานกลาง ไม่ชอบ เป็นต้น

ประเภทของสถิติ

      นักคณิตศาสตร์ได้แบ่งสถิติในฐานะที่เป็นศาสตร์ออกเป็นสาขาใหญ่ ๆ 2 สาขาด้วยกัน คือ สถิติเชิงพรรณนา (Descriptive Statistics) และการอนุมานเชิงสถิติ หรือ สถิติเชิงอนุมาน (Inferential Statistics) ซึ่งแต่ละสาขามีรายละเอียดดังนี้
        1.สถิติพรรณนา (Descriptive Statistics) หมายถึง การบรรยายลักษณะของข้อมูล (Data) ที่ผู้วิจัยเก็บรวบรวมจากประชากรหรือกลุ่มตัวอย่างที่สนใจ ซึ่งอาจจะแสดงในรูป ค่าเฉลี่ย มัธยฐาน ฐานนิยม ร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ความแปรปรวน เป็นต้น
        2.สถิติเชิงอนุมาน (Inferential Statistics) หมายถึง สถิติที่ว่าด้วยการวิเคราะห์ข้อมูลที่รวบรวมมาจากกลุ่มตัวอย่าง เพื่ออธิบายสรุปลักษณะบางประการของประชากร โดยมีการนำทฤษฎีความน่าจะเป็นมาประยุกต์ใช้ สถิติสาขานี้ ได้แก่ การประมาณค่าทางสถิติ การทดสอบสมมุติฐานทางสถิติ การวิเคราะห์การถดถอยและสหสัมพันธ์ เป็นต้น

คำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับ สถิติ

      1. ประชากร (population) หมายถึง กลุ่มที่มีลักษณะที่เราสนใจ หรือกลุ่มที่เราต้องการจะศึกษาหาข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เปรียบเหมือนเอกภพสัมพัทธ์ในเรื่องเซต
      2. กลุ่มตัวอย่าง (sample) หมายถึง ส่วนหนึ่งของกลุ่มประชากรที่เราสนใจ ในกรณีที่กลุ่มประชากรที่จะศึกษานั้นเป็นกลุ่มขนาดใหญ่ เกินความสามารถหรือความจำเป็นที่ต้องการ หรือเพื่อประหยัดในด้านงบประมาณและเวลา สามารถศึกษาข้อมูลเพียงบางส่วนของกลุ่มประชากรได้
      3. ค่าพารามิเตอร์ หมายถึง ค่าต่างๆที่คำนวณมาจากกลุ่มประชากร จะถือเป็นค่าคงตัว กล่าวคือ คำนวณกี่ครั้งๆก็จะไม่เปลี่ยนแปลง
      4. ค่าสถิต หมายถึง ค่าต่างๆที่คำนวณมาจากกลุ่มตัวอย่าง จะเป็นค่าที่เปลี่ยนแปลงได้ตามกลุ่มตัวอย่างที่เลือกสุ่มมา จึงถือว่าเป็นค่าตัวแปรสุ่ม
      5. ตัวแปร ในทางสถิติ หมายถึง ลักษณะบางอย่างที่เราสนใจ ค่าของตัวแปร อาจอยู่ในรูปข้อความ หรือตัวเลขก็ได้
      6. ค่าที่เป็นไปได้ หมายถึง ค่าของตัวแปรที่อาจจะเกิดขึ้นได้จริง
      7. ค่าจากการสังเกต หมายถึง ค่าที่เก็บรวบรวมได้มาจริงๆ